วันอังคารที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

สุนัขที่มีราคาแพงที่สุดในโลก


                                 


                                 

                                 ทิเบตัน มาสทิฟฟ์...มันเป็นสุนัขสายพันธุ์โบราณ มีถิ่นอาศัยอยู่ทิเบต หรือ บริเวณเอเชียกลางไปถึงประ-เทศอินเดีย มีชื่อเรียกเฉพาะในภาษาท้องถิ่นว่า Do-khyi ซึ่งแปลว่า สุนัขที่ต้องถูกผูกไว้ (tied dog) เพื่อความปลอดภัยของบุคคลภายนอก เนื่องจาก อุปนิสัยที่หวงถิ่นฐานและดุร้ายมาก

ชาวทิเบต...ในเวลาที่นำจามรีและแกะไปเลี้ยงในทุ่งกว้าง จะพา...ทิเบตัน มาสทิฟฟ์ ไปด้วยทุกครั้ง มักกล่าวชื่นชมพวกมันว่า...กล้าหาญ และ แข็งแกร่ง มีรูปร่างและ พลังมหาศาลจนสามารถต่อสู้กับหมี หรือ เสือ ที่บุกเข้ามากินฝูงสัตว์ที่มันดูแลได้ทีเดียว

ปัจจุบัน ประเทศจีนห้ามส่งออกทิเบตัน มาสทิฟฟ์ และประกาศให้เป็น สัตว์สงวนของชาติ ส่วนที่ ประเทศอังกฤษ มีสุนัขพันธุ์นี้อยู่ ประมาณ 300 ตัว โดยที่ลูกสุนัขแต่ละตัวขายราคาประมาณ 850-1,000 ปอนด์ หรือ ประมาณ 41,000-48,000 บาท

เศรษฐีชาวจีน มักนิยมหามาไว้ในครอบครอง...เนื่องจากมันเป็นสุนัขที่แสดงถึงความร่ำรวย ส่วนลูกสุนัขขายในราคาราว 5 หมื่นบาท...สำหรับ ประเทศไทย ปัจจุบันมีคนเลี้ยงสุนัขสายพันธุ์นี้ไม่ถึง 20 ราย สนน ราคาขายกันที่ 1 แสนบาท หรือ สูงถึง 1 ล้านบาท...

นกที่มีขนาดเล็กที่สุดในโลก

นกที่มีขนาดเล็กที่สุดในโลก คือ นกฮัมมิงเบิร์ด (Hummingbird)

นกฮัมมิงเบิร์ด เป็นนกที่มีขนาดเล็กมาก กล่าวคือ เมื่อโตเต็มที่จะมีความยาวเพียง 5 เซนติเมตรเท่านั้น (สายพันธุ์ Bee Hummingbird) และมีน้ำหนักเพียงไม่กี่กรัม

                                 


                                           


                                           

อาหารของนกฮัมมิงเบิร์ดก็คือ น้ำหวานจากดอกไม้ ผลไม้ และแมลงขนาดเล็ก โดยมีน้ำหวานจากดอกไม้เป็นอาหารหลัก นักวิทยาศาสตร์พบว่านกฮัมมิงเบิร์ดมีอัตรเมตาโบลิซึ่มสูงที่สุดในบรรดานกด้วยกัน เนื่องจากนกฮัมมิงเบิร์ดสามารถบินได้เร็ว (เมื่อเทียบกับขนาดตัว) โดยสามารถกระพือปีกได้เร็วมากประมาณ 200 ครั้งต่อวินาที เร็วจนสายตามนุษย์มองแทบไม่ทัน หัวใจเต้นเร็วถึง 1,250 ครั้งต่อวินาที ดังนั้นน้ำหวานจึงเป็นอาหารที่เหมาะสมกับนกฮัมมิงเบิร์ดมากที่สุด เพราะย่อยสลายเป็นพลังงานได้เร็วที่สุด

นกฮัมมิงเบิร์ดในโลกนี้มีอยู่ราว 120 สายพันธ์ย่อย (Species) มีอายุขัยเฉลี่ย 3-5 ปี

The High Roller

ชิงช้าสวรรค์ที่ใหญ่และสวยที่สุดในโลก!!

                                  

                          
                                  


                                  
The High Roller เดอะ ไฮโรเลอร์ มีความสูงที่ 168 เมตร ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางอยู่ที่ 160 เมตร มี 28 กระเช้า จุคนได้กระเช้าละ 40 คน มีลักษณะเด่นที่มีห้องโดยสาร 28 ห้อง ภายในกระเช้ามีกระจกใสให้สามารถมองเห็นวิวด้านล่างที่แสนสวยงาม และมีเครื่องปรับอากาศภายในด้วย การขึ้นชิงช้าสวรรค์นี้แต่ละรอบจะใช้เวลาทั้งสิ้น 30 นาที ขณะที่ราคาค่าตั๋วเวลากลางวันจะอยู่ที่ราว 800 บาท ส่วนกลางคืนซึ่งจะได้ชมความสวยงามจากวิวทิวทัศน์ด้านล่าง ทำให้ราคาค่าตั๋วแพงกว่าที่ 1,130 บาท

ตั้งอยู่บนถนนลาสเวกัสสตรีฟ (Las Vegas Strip)ตรงข้ามโรงแรมพระราชวังซีซ่าส์ (Caesars Palace) ใจกลางเมืองลาสเวกัส รัฐเนวาดา สหรัฐอเมริกา ชิงช้าสวรรค์เริ่มก่อสร้างใน ค.ศ. 2011 และพึ่งจะเปิดให้บริการในมีนาคม ค.ศ. 2014 มานี้

                                                        

                                       


                                      


                                      

วันอังคารที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2557

Eye

Eye อาย ที่หมายถึง ตา แต่เมื่อใช้เป็นกิริยา จะหมายถึง มอง ก็ได้นะครับ ท่านที่เคยเป็นทหารตำรวจที่เคยผ่านพิธีสวนสนาม ท่านคงจะเคยได้ยิน แลขวา แลซ้าย แลขวา ก็คือEyes right! ส่วน แลซ้าย ก็คือ Eyes left! แลตรง ก็มีนะครับ ฝรั่งใช้คำว่า Eyes front! ในภาษาไทย เรามีวลีที่ว่า จ้องตาเป๋ง ในภาษาอังกฤษก็มีนะครับ be all eyes อย่างเช่นบอกว่า จอห์นจ้องตาเป๋ง ก็ใช้ว่า John is all eyes.
ส่วนวลีที่บอก ต้องคอยดูใครไว้ ก็ใช้วลีว่า Keep an eye on + กรรม เช่น keep an eye on John ต้องคอยดูจอห์นไว้ นาเดีย (Nadia) ต้อนรับผู้ชายคู่หนึ่งในห้องรับแขกที่บ้านของเธอ ดูเธอไม่ค่อยไว้ใจไอ้คนที่ชื่อแม็กซ์ (Max) เธอมากระซิบกระซาบกับแม่บ้านว่า Please keep an eye on Max. เธอช่วยดูนายแม็กซ์ไว้หน่อย
ส่วนเรื่อง มองดูใครตั้งแต่ศีรษะจรดเท้า เป็นเรื่องที่แปลกครับ ที่ทั้งในภาษาไทยและภาษาอังกฤษ สื่อความหมายไปในทาง ดูหมิ่นถิ่นแคลน คำว่ามองในลักษณะนี้ ฝรั่งชอบใช้กริยาeye เช่น She was eyeing him from head to foot.หล่อนมองเขาตั้งแต่หัวจรดเท้า หรือถ้าบอกว่า ใครร้องไห้He was crying. อันนี้ก็เป็นการพูดธรรมดาครับ ทว่า ถ้าใช้He put his fingers in his eyes. อันนี้แสดงว่า เขาร้องไห้ ในภาษาไทยถ้าจะบอกว่ามีงานมาก เราก็มักจะพูดว่า เขามีงานท่วมหัวท่วมหู แต่ในภาษาอังกฤษนิยมใช้ท่วมตาครับ เช่นบอกว่า ตอนนี้อย่าไปรบกวนจอห์นเลย John is up to the eyes in work. ก็หมายถึง จอห์นมีงานท่วมหัว ท่านพูดอะไรสักอย่างหนึ่งแล้วฝั่งตรงข้ามพูดว่า All my eyes. ก็หมายถึง เหลวไหลทั้งเรื่อง แต่ถ้าพูดว่า My eye!หรือ My eyes! ก็จะหมายถึง อัศจรรย์จริง!

Eye

Eye อาย ที่หมายถึง ตา แต่เมื่อใช้เป็นกิริยา จะหมายถึง มอง ก็ได้นะครับ ท่านที่เคยเป็นทหารตำรวจที่เคยผ่านพิธีสวนสนาม ท่านคงจะเคยได้ยิน แลขวา แลซ้าย แลขวา ก็คือEyes right! ส่วน แลซ้าย ก็คือ Eyes left! แลตรง ก็มีนะครับ ฝรั่งใช้คำว่า Eyes front! ในภาษาไทย เรามีวลีที่ว่า จ้องตาเป๋ง ในภาษาอังกฤษก็มีนะครับ be all eyes อย่างเช่นบอกว่า จอห์นจ้องตาเป๋ง ก็ใช้ว่า John is all eyes.
ส่วนวลีที่บอก ต้องคอยดูใครไว้ ก็ใช้วลีว่า Keep an eye on + กรรม เช่น keep an eye on John ต้องคอยดูจอห์นไว้ นาเดีย (Nadia) ต้อนรับผู้ชายคู่หนึ่งในห้องรับแขกที่บ้านของเธอ ดูเธอไม่ค่อยไว้ใจไอ้คนที่ชื่อแม็กซ์ (Max) เธอมากระซิบกระซาบกับแม่บ้านว่า Please keep an eye on Max. เธอช่วยดูนายแม็กซ์ไว้หน่อย
ส่วนเรื่อง มองดูใครตั้งแต่ศีรษะจรดเท้า เป็นเรื่องที่แปลกครับ ที่ทั้งในภาษาไทยและภาษาอังกฤษ สื่อความหมายไปในทาง ดูหมิ่นถิ่นแคลน คำว่ามองในลักษณะนี้ ฝรั่งชอบใช้กริยาeye เช่น She was eyeing him from head to foot.หล่อนมองเขาตั้งแต่หัวจรดเท้า หรือถ้าบอกว่า ใครร้องไห้He was crying. อันนี้ก็เป็นการพูดธรรมดาครับ ทว่า ถ้าใช้He put his fingers in his eyes. อันนี้แสดงว่า เขาร้องไห้ ในภาษาไทยถ้าจะบอกว่ามีงานมาก เราก็มักจะพูดว่า เขามีงานท่วมหัวท่วมหู แต่ในภาษาอังกฤษนิยมใช้ท่วมตาครับ เช่นบอกว่า ตอนนี้อย่าไปรบกวนจอห์นเลย John is up to the eyes in work. ก็หมายถึง จอห์นมีงานท่วมหัว ท่านพูดอะไรสักอย่างหนึ่งแล้วฝั่งตรงข้ามพูดว่า All my eyes. ก็หมายถึง เหลวไหลทั้งเรื่อง แต่ถ้าพูดว่า My eye!หรือ My eyes! ก็จะหมายถึง อัศจรรย์จริง!

Eye

Eye อาย ที่หมายถึง ตา แต่เมื่อใช้เป็นกิริยา จะหมายถึง มอง ก็ได้นะครับ ท่านที่เคยเป็นทหารตำรวจที่เคยผ่านพิธีสวนสนาม ท่านคงจะเคยได้ยิน แลขวา แลซ้าย แลขวา ก็คือEyes right! ส่วน แลซ้าย ก็คือ Eyes left! แลตรง ก็มีนะครับ ฝรั่งใช้คำว่า Eyes front! ในภาษาไทย เรามีวลีที่ว่า จ้องตาเป๋ง ในภาษาอังกฤษก็มีนะครับ be all eyes อย่างเช่นบอกว่า จอห์นจ้องตาเป๋ง ก็ใช้ว่า John is all eyes.
ส่วนวลีที่บอก ต้องคอยดูใครไว้ ก็ใช้วลีว่า Keep an eye on + กรรม เช่น keep an eye on John ต้องคอยดูจอห์นไว้ นาเดีย (Nadia) ต้อนรับผู้ชายคู่หนึ่งในห้องรับแขกที่บ้านของเธอ ดูเธอไม่ค่อยไว้ใจไอ้คนที่ชื่อแม็กซ์ (Max) เธอมากระซิบกระซาบกับแม่บ้านว่า Please keep an eye on Max. เธอช่วยดูนายแม็กซ์ไว้หน่อย
ส่วนเรื่อง มองดูใครตั้งแต่ศีรษะจรดเท้า เป็นเรื่องที่แปลกครับ ที่ทั้งในภาษาไทยและภาษาอังกฤษ สื่อความหมายไปในทาง ดูหมิ่นถิ่นแคลน คำว่ามองในลักษณะนี้ ฝรั่งชอบใช้กริยาeye เช่น She was eyeing him from head to foot.หล่อนมองเขาตั้งแต่หัวจรดเท้า หรือถ้าบอกว่า ใครร้องไห้He was crying. อันนี้ก็เป็นการพูดธรรมดาครับ ทว่า ถ้าใช้He put his fingers in his eyes. อันนี้แสดงว่า เขาร้องไห้ ในภาษาไทยถ้าจะบอกว่ามีงานมาก เราก็มักจะพูดว่า เขามีงานท่วมหัวท่วมหู แต่ในภาษาอังกฤษนิยมใช้ท่วมตาครับ เช่นบอกว่า ตอนนี้อย่าไปรบกวนจอห์นเลย John is up to the eyes in work. ก็หมายถึง จอห์นมีงานท่วมหัว ท่านพูดอะไรสักอย่างหนึ่งแล้วฝั่งตรงข้ามพูดว่า All my eyes. ก็หมายถึง เหลวไหลทั้งเรื่อง แต่ถ้าพูดว่า My eye!หรือ My eyes! ก็จะหมายถึง อัศจรรย์จริง!

Dilapidation/ indictment

นักเรียนไทยเช่าบ้านในต่างประเทศ เมื่อเรียนหนังสือจบจะกลับประเทศไทยก็ต้องคืนบ้าน เจ้าของบ้านพูดว่า We must charge you € 1,000 for dilapidation. เราต้องเก็บเงินจากคุณอีก 1,000 ยูโร เป็นค่าดิแลพิเด-เฌิน
เจอเข้าแบบนี้นักเรียนไทยงงครับ คำนามคำนี้มาจากกริยาdilapidate ดิแลพ-อิเดท ถ้าทำเป็น adjective ก็คือdilapidated ดิแลพ-อิเดติด ที่หมายถึง ชำรุด มีความหมายใกล้เคียง decayed หรือ ruined พอเจอศัพท์สองคำหลังนี่ ผู้อ่านท่านก็คงนึกออกนะครับ ว่า landlord หรือ เจ้าของบ้านจะเก็บเงินเพิ่มอีก 1,000 ยูโร เป็นค่าชำรุดทรุดโทรมของบ้านในระหว่างที่นักเรียนไทยพำนักพักอาศัยอยู่ที่นั่น ในสัญญาเช่าบ้านมักจะมีข้อนี้อยู่ด้วยเสมอครับ แต่นักเรียนไทยมักจะไม่อ่านสัญญาอย่างละเอียดทุกข้อ
ขณะนี้มีการถูกฟ้องกันเยอะ เว็บไซต์หนังสือพิมพ์ของฝรั่งก็ประโคมข่าวกันน่าดู โดยเฉพาะข่าวของ บก.      ลายจุด คำว่าฟ้อง หรือนำขึ้นศาลในข่าวก็คือคำว่า indict คำนี้หลายคนมักจะออกเสียงผิดเป็น อินดิคต์ แต่ไม่ใช่ครับ ต้องออกว่า อินไดท เป็นคำนามก็คือ indictment อินไดท-เมินท ส่วนadjective ก็คือ indictable อินไดต-เออะบ'ล มีฝรั่งถามผมว่า เขาถูกส่งฟ้องศาลเรื่องอะไรผมบอกว่า He was indicted for riot. เขาถูกฟ้อง นำขึ้นศาล ในข้อหาก่อความไม่สงบ หรือผมจะเอา on มาใช้ก็ได้ครับ He was indicted on a charge of riot. หรือจะใช้ indicted as ก็ได้ครับ He was indicted as a rioter.