วันพุธที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

สูตรเด็ด!! เก็บแต้ม GAT Eng ให้เต็ม 150

ในส่วนของพาร์ทเชื่อมโยงนั้น เน้นทำแบบฝึกหัดเยอะๆ แต่วันนี้พี่แป้งขอหอบหิ้ว + กอบโกย แนวข้อสอบ GAT Eng มาฝากน้องๆ ซึ่งได้มาจาก ครูพี่แนน สถาบัน Enconcept  อยากจะบอกว่า ครูพี่แนน ขนเคล็ดลับมาแบบจัดหนักและจัดเต็มมากค่ะ

.
มาเร่งเก็บแต้ม GAT Eng กันเถอะ!!
สูตรเด็ด!! เก็บแต้ม GAT Eng ให้เต็ม 150
สูตรเด็ด!! เก็บแต้ม GAT Eng ให้เต็ม 150       ก่อนอื่นต้องขอเกริ่นก่อนเลยว่าแนวโน้มข้อสอบปีนี้น่าจะมีความท้าทายมากกว่าปีที่แล้ว โดยประเมินจากสถานการณ์ปีที่ผ่านมาคะแนนค่อนข้างเฟ้อ หากว่าน้องๆ อยากได้คณะดีๆ ต้องทำ GAT เชื่อมโยงให้ได้เต็ม และทำ GAT Eng ให้ได้ 100++ แต่ถ้าเกิดได้เกิน 120+ จะตัดคู่แข่งไปได้เยอะมาก
      ครูพี่แนน บอกว่าให้น้องๆ ตั้งเป้าหมายไว้แต่อย่ากดดันตัวเองมากเกินไป ให้ใช้หลักการ "ทำน้อยแต่ได้ผลเยอะ" โดยเวลาที่เหลืออีก 23 วัน หากน้องๆ ไม่พร้อมและมีเวลาน้อย แนะนำให้เตรียมตัวในพาร์ทเหล่านี้ก่อน จะกอบโกยคะแนนได้กว่า 75% มีอะไร
บ้างไปดูเลยค่าาาา.......

       เริ่มต้นที่ Reading จะมีคะแนนถึง 30% เคล็ดลับอยู่ที่ อ่านคำถามก่อน แล้วค่อยกลับไปอ่าน Passage เน้นการฝึกทำโจทย์เยอะๆ เพราะสนามจริงต้องทำให้เร็วและต้องทำให้ทัน แล้วก็ทำให้ถูกด้วย โจทย์ที่น้องๆ กลัวกันมาก คือ การถาม Main Idea หรือการตั้งชื่อเรื่อง ถ้าทำไม่ทันจริงๆ ให้สังเกตประโยคแรกและประโยคสุดท้ายของย่อหน้าแรกกับย่อหน้าสุดท้าย เพราะเป็นหลักการใส่ Main Idea ใน Essay เรียกว่า Thesis statement นั่นเองค่ะ
สูตรเด็ด!! เก็บแต้ม GAT Eng ให้เต็ม 150

       ต่อมาคือพาร์ท Conversation หรือบทสนทนา น้องๆ ควรเตรียมเรื่อง Idiom  หรือ สำนวนและ Phrasal verb หรือ  Verb ที่มาคู่กับ Preposition แล้วมีความหมายพิเศษ

       สุดท้ายคือ Vocabulary หรือ คำศัพท์ อันนี้ ออกล้านเปอร์เซนต์ คือ ออกทั้งโต้งๆ และออกปนอยู่ในพาร์ท Reading ด้วย อย่างพาร์ทคำศัพท์โดยตรงก็จะมี

        - Odd one out ให้เลือกคำที่ไม่เข้าพวก หรือจะเรียกว่า One doesn’t belong
          จะวัดความรู้เรื่อง Synonym คำที่มีความหมายเหมือนกัน  อันนี้ได้คะแนน
          ได้คะแนนง่ายๆ ที่ข้อละ 1.5 คะแนน ไม่ควรพลาดเลย

        -  Meaning Recognition อันนี้ก็จะวัดคำที่ 1 คำมีหลายความหมาย โดยให้
           ประโยคตัวอย่างมา แล้วถามว่า คำที่ขีดเส้นใต้ไว้นี้ความหมายตรงกับคำนี้
           ที่อยู่ในประโยคไหน เช่น คำว่า Fair อาจจะแปลว่า สวย ปานกลาง ค่อนข้างจะ
           ยุติธรรม หรือ งานวัดก็ได้ ซึ่งส่วนนี้ก็จะช่วยได้ด้วยการใช้นิทาน อย่างคำนี้
           ครูพี่แนน ก็จะแต่งว่า ผู้หญิงสวย ปานกลาง ค่อนข้างจะ ยุติธรรม ไป งานวัด
           แต่น้องๆ ต้องเข้าใจด้วยว่า ค่อนข้างจะนิยมใช้เป็นรูป adv. คือ fairly ค่ะ
สูตรเด็ด!! เก็บแต้ม GAT Eng ให้เต็ม 150        
         - Meaning in Context อันนี้คะแนนเยอะมาก ถึง 3.5 คะแนนต่อข้อ เพราะวัด
           การใช้ ส่วนใหญ่โจทย์จะให้มา 2 ช่องว่าง ให้เลือกคำมาเติม ทริคง่ายๆ
           ได้คะแนนเร็วๆ คือ ดูช่องว่างแรกแล้วลองหาคำตอบให้ช่องว่างแรก เลย
           ไม่ต้องดูทีละ 2 ช่อง จะตัดช้อยส์ไปได้มาก ทำให้ทำได้เร็วมาก ไม่ต้อง
           เสียเวลาดูหลายข้อ

       ทำมาทั้งหมดแค่นี้น้องๆ มีติดมือไว้แล้ว 75% ส่วนที่เหลืออีก 25% จะเป็นการวัดเรื่อง Grammar & Structure ซึ่งบอกได้เลยว่าเป็นเรื่องที่เด็กส่วนใหญ่ทั้งสายวิทย์ และสายศิลป์ไม่ถนัดเลย ดังนั้นถ้าน้องเก็บตรงนี้ได้เพิ่มจะเป็นตัวตัดคู่แข่งได้มาก

       แกรมม่ามีเรื่องเยอะมาก ครูพี่แนน ฝากมาเน้นแค่ 5 เรื่อง เพื่อโกยคะแนนให้ได้มากที่สุดภายใต้เวลาอันน้อยนิด มีอะไรบ้างไปดูกันเลยค่ะ

       1. โครงสร้างประโยค ส่วนใหญ่วัดเรื่องประโยคหลักประโยครอง ถ้าประโยคหน้า
           เป็นส่วนหลักประโยคหลังต้องเป็นส่วนรอง (เป็นส่วนขยาย) ถ้าข้างหน้าเป็นส่วน
           รองข้างหลังก็เป็นส่วนหลักสลับกันแบบนี้ โดยประโยคที่มีคำเชื่อมนำนั้นจะเป็น
           ประโยครอง ถ้าไม่มีคำเชื่อม ส่วนรองหรือส่วนขยายมักจะเป็น Participle ส่วน
           ประโยคหลักจะต้องมี Subject + Verb แท้ เสมอ

        2. Verb ส่วนใหญ่ถ้าเป็น V.แท้ คือ V.ที่มีการผันตามประธานและเวลา จะวัด
            เรื่อง Tense ซึ่งมักจะออก Present Perfect Tense หรือไม่ก็ Tenseคู่ในอดีต
            เช่น
                  - เหตุการณ์ดำเนินอยู่แล้วมีเหตุการณ์มาแทรก เหตุการณ์ดำเนินอยู่
                    ใช้ Past continuous เหตุการณ์ที่เข้ามาแทรก ใช้ Past simple 

                  - เหตุการณ์เกิดก่อนเกิดหลัง เหตุการณ์เกิดก่อนใช้ Past perfect
                    เหตุการณ์เกิดหลังใช้ Past simple

                  - เหตุการณ์เกิดขึ้นพร้อมกันในอดีตทั้งคู่ ใช้ Past continuous ทั้งคู่ค่ะ
                  - Future tense คู่ Future tense ไม่ได้ หลัง Future tense ต้องเป็น
                    Present tense ในประโยคหลักต้องเป็น Future tenseเท่านั้น ใน
                    ประโยคย่อยจะเป็น Present tense เสมอ

        3. Connector คือคำเชื่อมต่างๆ ส่วนใหญ่ข้อสอบมักจะวัดว่า หลังคำเชื่อมนี้
            จะตามมาด้วย Clause คือประโยคย่อย หรือตามด้วยคำนาม หรือคำที่ทำหน้าที่
            เสมือนคำนามอย่าง Gerund สังเกตง่ายๆ อย่าง Connector ที่ตามด้วย
            Preposition หรือ บุพบท เช่นมี of มี to ตามมา อย่าง because of ก็มักจะ
            ตามด้วยนามเสมอ แต่ถ้า because เฉยๆ จะตามด้วย clause เป็นต้น

        4. Word Choice ซึ่งจะออกในส่วนของ error เป็นการออกศัพท์เลือกใช้คำ
            เช่น do - make ต่างกันอย่างไร , like - alike ใช้แบบไหนบ้าง เวลาทำข้อสอบ
            ถ้า check แกรมม่าถูกแสดงว่าผิดที่คำศัพท์แน่นอน

        5. Word Building (การสร้างคำ) หน้าที่ของคำแทรก ต้องรู้ Part of Speech
            มีอะไรบ้าง แต่ละตัวทำหน้าที่อะไรบ้างและอยู่ตำแหน่งใดในประโยค

  ** เพิ่มเติมแหล่งข้อสอบ Reading

      - ฝึกบทความทางการแพทย์สุขภาพ, วิทยาศาสตร์, สัตว์ พืช, สิ่งแวดล้อม
        ภัยพิบัติ โลกร้อน(ออกประจำ), ข่าวอาชญากรรม, วิกฤตทางการเงินของ EU
        USA AEC

     - ข่าวและงานวิจัย National geoghaphic ตามได้ทาง website เช่น BBC, CNN,
       Fox News  โดยเฉพาะสำนักข่าวรอยเตอร์กับ AP ตรงมากกกกกกก!!

     - ส่วนของการ์ตูน หัวใจสำคัญมักจะอยู่ที่ช่องสุดท้าย ซึ่งสามารถไปหาอ่าน
       ตัวอย่างกันได้ที่  beingfive.blogspot.com
สูตรเด็ด!! เก็บแต้ม GAT Eng ให้เต็ม 150

  Trick!!! By ครูพี่แนน
สูตรเด็ด!! เก็บแต้ม GAT Eng ให้เต็ม 150

      " ในการทำโจทย์ หัวใจของการทำโจทย์คือหลาย ๆ คนคิดว่าอ่านเนื้อหาก่อนแล้วค่อยทำ แต่จริงๆ แล้วใจเราต้องสู้ทำให้เต็มที่อย่าเสียดาย จะดีเองถ้าทำโจทย์เยอะๆ มันจะออกดอกออกผลเอง ทำทุกวันวันละ 1 พ.ศ. พอแล้ว (23 วันย้อน 15 พ.ศ.ได้เกือบ 2 รอบนะเออ) แต่ต้องทำเสมือนจริง ทำให้ทันและถูกด้วย ฝึกไปเรื่อยๆ ยิ่ง ม.5 ตอนนี้ถ้าทำทุกวันแล้วทำไม่ทันก็ให้มันรู้ไปซิ ทำซ้ำไปซ้ำมาจนกว่าจะเต็ม ไม่ปล่อยผ่านข้อที่เดาถูก อะไรไม่รู้จดโน้ต เปิดดิกฯ จดที่เราไม่รู้ แล้วอ่านไปเรื่อย ๆ จะเก่งขึ้นไม่รู้ตัว เพลงศัพท์ + นิทานศัพท์ช่วยได้ เป็นกำลังใจให้ทุกคนทำให้เต็มที่ค่ะ"

            เป็นไงล่ะ พี่แป้ง บอกแล้วว่าครูพี่แนนจัดหนักและจัดเต็ม อยากให้น้องๆ ได้คะแนนเยอะ ๆ ณ โอกาสนี้ก็ต้องขอขอบคุณ ครูพี่แนน Enconcept มากๆ ค่ะ ที่มาช่วยชี้ทางสว่างให้เด็กน้อยตาดำๆ มีแรงฮึดขึ้น

สูตรเด็ด!! เก็บแต้ม GAT Eng ให้เต็ม 150

ในส่วนของพาร์ทเชื่อมโยงนั้น เน้นทำแบบฝึกหัดเยอะๆ แต่วันนี้พี่แป้งขอหอบหิ้ว + กอบโกย แนวข้อสอบ GAT Eng มาฝากน้องๆ ซึ่งได้มาจาก ครูพี่แนน สถาบัน Enconcept  อยากจะบอกว่า ครูพี่แนน ขนเคล็ดลับมาแบบจัดหนักและจัดเต็มมากค่ะ

.
มาเร่งเก็บแต้ม GAT Eng กันเถอะ!!
สูตรเด็ด!! เก็บแต้ม GAT Eng ให้เต็ม 150
สูตรเด็ด!! เก็บแต้ม GAT Eng ให้เต็ม 150       ก่อนอื่นต้องขอเกริ่นก่อนเลยว่าแนวโน้มข้อสอบปีนี้น่าจะมีความท้าทายมากกว่าปีที่แล้ว โดยประเมินจากสถานการณ์ปีที่ผ่านมาคะแนนค่อนข้างเฟ้อ หากว่าน้องๆ อยากได้คณะดีๆ ต้องทำ GAT เชื่อมโยงให้ได้เต็ม และทำ GAT Eng ให้ได้ 100++ แต่ถ้าเกิดได้เกิน 120+ จะตัดคู่แข่งไปได้เยอะมาก
      ครูพี่แนน บอกว่าให้น้องๆ ตั้งเป้าหมายไว้แต่อย่ากดดันตัวเองมากเกินไป ให้ใช้หลักการ "ทำน้อยแต่ได้ผลเยอะ" โดยเวลาที่เหลืออีก 23 วัน หากน้องๆ ไม่พร้อมและมีเวลาน้อย แนะนำให้เตรียมตัวในพาร์ทเหล่านี้ก่อน จะกอบโกยคะแนนได้กว่า 75% มีอะไร
บ้างไปดูเลยค่าาาา.......

       เริ่มต้นที่ Reading จะมีคะแนนถึง 30% เคล็ดลับอยู่ที่ อ่านคำถามก่อน แล้วค่อยกลับไปอ่าน Passage เน้นการฝึกทำโจทย์เยอะๆ เพราะสนามจริงต้องทำให้เร็วและต้องทำให้ทัน แล้วก็ทำให้ถูกด้วย โจทย์ที่น้องๆ กลัวกันมาก คือ การถาม Main Idea หรือการตั้งชื่อเรื่อง ถ้าทำไม่ทันจริงๆ ให้สังเกตประโยคแรกและประโยคสุดท้ายของย่อหน้าแรกกับย่อหน้าสุดท้าย เพราะเป็นหลักการใส่ Main Idea ใน Essay เรียกว่า Thesis statement นั่นเองค่ะ
สูตรเด็ด!! เก็บแต้ม GAT Eng ให้เต็ม 150

       ต่อมาคือพาร์ท Conversation หรือบทสนทนา น้องๆ ควรเตรียมเรื่อง Idiom  หรือ สำนวนและ Phrasal verb หรือ  Verb ที่มาคู่กับ Preposition แล้วมีความหมายพิเศษ

       สุดท้ายคือ Vocabulary หรือ คำศัพท์ อันนี้ ออกล้านเปอร์เซนต์ คือ ออกทั้งโต้งๆ และออกปนอยู่ในพาร์ท Reading ด้วย อย่างพาร์ทคำศัพท์โดยตรงก็จะมี

        - Odd one out ให้เลือกคำที่ไม่เข้าพวก หรือจะเรียกว่า One doesn’t belong
          จะวัดความรู้เรื่อง Synonym คำที่มีความหมายเหมือนกัน  อันนี้ได้คะแนน
          ได้คะแนนง่ายๆ ที่ข้อละ 1.5 คะแนน ไม่ควรพลาดเลย

        -  Meaning Recognition อันนี้ก็จะวัดคำที่ 1 คำมีหลายความหมาย โดยให้
           ประโยคตัวอย่างมา แล้วถามว่า คำที่ขีดเส้นใต้ไว้นี้ความหมายตรงกับคำนี้
           ที่อยู่ในประโยคไหน เช่น คำว่า Fair อาจจะแปลว่า สวย ปานกลาง ค่อนข้างจะ
           ยุติธรรม หรือ งานวัดก็ได้ ซึ่งส่วนนี้ก็จะช่วยได้ด้วยการใช้นิทาน อย่างคำนี้
           ครูพี่แนน ก็จะแต่งว่า ผู้หญิงสวย ปานกลาง ค่อนข้างจะ ยุติธรรม ไป งานวัด
           แต่น้องๆ ต้องเข้าใจด้วยว่า ค่อนข้างจะนิยมใช้เป็นรูป adv. คือ fairly ค่ะ
สูตรเด็ด!! เก็บแต้ม GAT Eng ให้เต็ม 150        
         - Meaning in Context อันนี้คะแนนเยอะมาก ถึง 3.5 คะแนนต่อข้อ เพราะวัด
           การใช้ ส่วนใหญ่โจทย์จะให้มา 2 ช่องว่าง ให้เลือกคำมาเติม ทริคง่ายๆ
           ได้คะแนนเร็วๆ คือ ดูช่องว่างแรกแล้วลองหาคำตอบให้ช่องว่างแรก เลย
           ไม่ต้องดูทีละ 2 ช่อง จะตัดช้อยส์ไปได้มาก ทำให้ทำได้เร็วมาก ไม่ต้อง
           เสียเวลาดูหลายข้อ

       ทำมาทั้งหมดแค่นี้น้องๆ มีติดมือไว้แล้ว 75% ส่วนที่เหลืออีก 25% จะเป็นการวัดเรื่อง Grammar & Structure ซึ่งบอกได้เลยว่าเป็นเรื่องที่เด็กส่วนใหญ่ทั้งสายวิทย์ และสายศิลป์ไม่ถนัดเลย ดังนั้นถ้าน้องเก็บตรงนี้ได้เพิ่มจะเป็นตัวตัดคู่แข่งได้มาก

       แกรมม่ามีเรื่องเยอะมาก ครูพี่แนน ฝากมาเน้นแค่ 5 เรื่อง เพื่อโกยคะแนนให้ได้มากที่สุดภายใต้เวลาอันน้อยนิด มีอะไรบ้างไปดูกันเลยค่ะ

       1. โครงสร้างประโยค ส่วนใหญ่วัดเรื่องประโยคหลักประโยครอง ถ้าประโยคหน้า
           เป็นส่วนหลักประโยคหลังต้องเป็นส่วนรอง (เป็นส่วนขยาย) ถ้าข้างหน้าเป็นส่วน
           รองข้างหลังก็เป็นส่วนหลักสลับกันแบบนี้ โดยประโยคที่มีคำเชื่อมนำนั้นจะเป็น
           ประโยครอง ถ้าไม่มีคำเชื่อม ส่วนรองหรือส่วนขยายมักจะเป็น Participle ส่วน
           ประโยคหลักจะต้องมี Subject + Verb แท้ เสมอ

        2. Verb ส่วนใหญ่ถ้าเป็น V.แท้ คือ V.ที่มีการผันตามประธานและเวลา จะวัด
            เรื่อง Tense ซึ่งมักจะออก Present Perfect Tense หรือไม่ก็ Tenseคู่ในอดีต
            เช่น
                  - เหตุการณ์ดำเนินอยู่แล้วมีเหตุการณ์มาแทรก เหตุการณ์ดำเนินอยู่
                    ใช้ Past continuous เหตุการณ์ที่เข้ามาแทรก ใช้ Past simple 

                  - เหตุการณ์เกิดก่อนเกิดหลัง เหตุการณ์เกิดก่อนใช้ Past perfect
                    เหตุการณ์เกิดหลังใช้ Past simple

                  - เหตุการณ์เกิดขึ้นพร้อมกันในอดีตทั้งคู่ ใช้ Past continuous ทั้งคู่ค่ะ
                  - Future tense คู่ Future tense ไม่ได้ หลัง Future tense ต้องเป็น
                    Present tense ในประโยคหลักต้องเป็น Future tenseเท่านั้น ใน
                    ประโยคย่อยจะเป็น Present tense เสมอ

        3. Connector คือคำเชื่อมต่างๆ ส่วนใหญ่ข้อสอบมักจะวัดว่า หลังคำเชื่อมนี้
            จะตามมาด้วย Clause คือประโยคย่อย หรือตามด้วยคำนาม หรือคำที่ทำหน้าที่
            เสมือนคำนามอย่าง Gerund สังเกตง่ายๆ อย่าง Connector ที่ตามด้วย
            Preposition หรือ บุพบท เช่นมี of มี to ตามมา อย่าง because of ก็มักจะ
            ตามด้วยนามเสมอ แต่ถ้า because เฉยๆ จะตามด้วย clause เป็นต้น

        4. Word Choice ซึ่งจะออกในส่วนของ error เป็นการออกศัพท์เลือกใช้คำ
            เช่น do - make ต่างกันอย่างไร , like - alike ใช้แบบไหนบ้าง เวลาทำข้อสอบ
            ถ้า check แกรมม่าถูกแสดงว่าผิดที่คำศัพท์แน่นอน

        5. Word Building (การสร้างคำ) หน้าที่ของคำแทรก ต้องรู้ Part of Speech
            มีอะไรบ้าง แต่ละตัวทำหน้าที่อะไรบ้างและอยู่ตำแหน่งใดในประโยค

  ** เพิ่มเติมแหล่งข้อสอบ Reading

      - ฝึกบทความทางการแพทย์สุขภาพ, วิทยาศาสตร์, สัตว์ พืช, สิ่งแวดล้อม
        ภัยพิบัติ โลกร้อน(ออกประจำ), ข่าวอาชญากรรม, วิกฤตทางการเงินของ EU
        USA AEC

     - ข่าวและงานวิจัย National geoghaphic ตามได้ทาง website เช่น BBC, CNN,
       Fox News  โดยเฉพาะสำนักข่าวรอยเตอร์กับ AP ตรงมากกกกกกก!!

     - ส่วนของการ์ตูน หัวใจสำคัญมักจะอยู่ที่ช่องสุดท้าย ซึ่งสามารถไปหาอ่าน
       ตัวอย่างกันได้ที่  beingfive.blogspot.com
สูตรเด็ด!! เก็บแต้ม GAT Eng ให้เต็ม 150

  Trick!!! By ครูพี่แนน
สูตรเด็ด!! เก็บแต้ม GAT Eng ให้เต็ม 150

      " ในการทำโจทย์ หัวใจของการทำโจทย์คือหลาย ๆ คนคิดว่าอ่านเนื้อหาก่อนแล้วค่อยทำ แต่จริงๆ แล้วใจเราต้องสู้ทำให้เต็มที่อย่าเสียดาย จะดีเองถ้าทำโจทย์เยอะๆ มันจะออกดอกออกผลเอง ทำทุกวันวันละ 1 พ.ศ. พอแล้ว (23 วันย้อน 15 พ.ศ.ได้เกือบ 2 รอบนะเออ) แต่ต้องทำเสมือนจริง ทำให้ทันและถูกด้วย ฝึกไปเรื่อยๆ ยิ่ง ม.5 ตอนนี้ถ้าทำทุกวันแล้วทำไม่ทันก็ให้มันรู้ไปซิ ทำซ้ำไปซ้ำมาจนกว่าจะเต็ม ไม่ปล่อยผ่านข้อที่เดาถูก อะไรไม่รู้จดโน้ต เปิดดิกฯ จดที่เราไม่รู้ แล้วอ่านไปเรื่อย ๆ จะเก่งขึ้นไม่รู้ตัว เพลงศัพท์ + นิทานศัพท์ช่วยได้ เป็นกำลังใจให้ทุกคนทำให้เต็มที่ค่ะ"

            เป็นไงล่ะ พี่แป้ง บอกแล้วว่าครูพี่แนนจัดหนักและจัดเต็ม อยากให้น้องๆ ได้คะแนนเยอะ ๆ ณ โอกาสนี้ก็ต้องขอขอบคุณ ครูพี่แนน Enconcept มากๆ ค่ะ ที่มาช่วยชี้ทางสว่างให้เด็กน้อยตาดำๆ มีแรงฮึดขึ้น

สูตรเด็ด!! เก็บแต้ม GAT Eng ให้เต็ม 150

ในส่วนของพาร์ทเชื่อมโยงนั้น เน้นทำแบบฝึกหัดเยอะๆ แต่วันนี้พี่แป้งขอหอบหิ้ว + กอบโกย แนวข้อสอบ GAT Eng มาฝากน้องๆ ซึ่งได้มาจาก ครูพี่แนน สถาบัน Enconcept  อยากจะบอกว่า ครูพี่แนน ขนเคล็ดลับมาแบบจัดหนักและจัดเต็มมากค่ะ

.
มาเร่งเก็บแต้ม GAT Eng กันเถอะ!!
สูตรเด็ด!! เก็บแต้ม GAT Eng ให้เต็ม 150
สูตรเด็ด!! เก็บแต้ม GAT Eng ให้เต็ม 150       ก่อนอื่นต้องขอเกริ่นก่อนเลยว่าแนวโน้มข้อสอบปีนี้น่าจะมีความท้าทายมากกว่าปีที่แล้ว โดยประเมินจากสถานการณ์ปีที่ผ่านมาคะแนนค่อนข้างเฟ้อ หากว่าน้องๆ อยากได้คณะดีๆ ต้องทำ GAT เชื่อมโยงให้ได้เต็ม และทำ GAT Eng ให้ได้ 100++ แต่ถ้าเกิดได้เกิน 120+ จะตัดคู่แข่งไปได้เยอะมาก
      ครูพี่แนน บอกว่าให้น้องๆ ตั้งเป้าหมายไว้แต่อย่ากดดันตัวเองมากเกินไป ให้ใช้หลักการ "ทำน้อยแต่ได้ผลเยอะ" โดยเวลาที่เหลืออีก 23 วัน หากน้องๆ ไม่พร้อมและมีเวลาน้อย แนะนำให้เตรียมตัวในพาร์ทเหล่านี้ก่อน จะกอบโกยคะแนนได้กว่า 75% มีอะไร
บ้างไปดูเลยค่าาาา.......

       เริ่มต้นที่ Reading จะมีคะแนนถึง 30% เคล็ดลับอยู่ที่ อ่านคำถามก่อน แล้วค่อยกลับไปอ่าน Passage เน้นการฝึกทำโจทย์เยอะๆ เพราะสนามจริงต้องทำให้เร็วและต้องทำให้ทัน แล้วก็ทำให้ถูกด้วย โจทย์ที่น้องๆ กลัวกันมาก คือ การถาม Main Idea หรือการตั้งชื่อเรื่อง ถ้าทำไม่ทันจริงๆ ให้สังเกตประโยคแรกและประโยคสุดท้ายของย่อหน้าแรกกับย่อหน้าสุดท้าย เพราะเป็นหลักการใส่ Main Idea ใน Essay เรียกว่า Thesis statement นั่นเองค่ะ
สูตรเด็ด!! เก็บแต้ม GAT Eng ให้เต็ม 150

       ต่อมาคือพาร์ท Conversation หรือบทสนทนา น้องๆ ควรเตรียมเรื่อง Idiom  หรือ สำนวนและ Phrasal verb หรือ  Verb ที่มาคู่กับ Preposition แล้วมีความหมายพิเศษ

       สุดท้ายคือ Vocabulary หรือ คำศัพท์ อันนี้ ออกล้านเปอร์เซนต์ คือ ออกทั้งโต้งๆ และออกปนอยู่ในพาร์ท Reading ด้วย อย่างพาร์ทคำศัพท์โดยตรงก็จะมี

        - Odd one out ให้เลือกคำที่ไม่เข้าพวก หรือจะเรียกว่า One doesn’t belong
          จะวัดความรู้เรื่อง Synonym คำที่มีความหมายเหมือนกัน  อันนี้ได้คะแนน
          ได้คะแนนง่ายๆ ที่ข้อละ 1.5 คะแนน ไม่ควรพลาดเลย

        -  Meaning Recognition อันนี้ก็จะวัดคำที่ 1 คำมีหลายความหมาย โดยให้
           ประโยคตัวอย่างมา แล้วถามว่า คำที่ขีดเส้นใต้ไว้นี้ความหมายตรงกับคำนี้
           ที่อยู่ในประโยคไหน เช่น คำว่า Fair อาจจะแปลว่า สวย ปานกลาง ค่อนข้างจะ
           ยุติธรรม หรือ งานวัดก็ได้ ซึ่งส่วนนี้ก็จะช่วยได้ด้วยการใช้นิทาน อย่างคำนี้
           ครูพี่แนน ก็จะแต่งว่า ผู้หญิงสวย ปานกลาง ค่อนข้างจะ ยุติธรรม ไป งานวัด
           แต่น้องๆ ต้องเข้าใจด้วยว่า ค่อนข้างจะนิยมใช้เป็นรูป adv. คือ fairly ค่ะ
สูตรเด็ด!! เก็บแต้ม GAT Eng ให้เต็ม 150        
         - Meaning in Context อันนี้คะแนนเยอะมาก ถึง 3.5 คะแนนต่อข้อ เพราะวัด
           การใช้ ส่วนใหญ่โจทย์จะให้มา 2 ช่องว่าง ให้เลือกคำมาเติม ทริคง่ายๆ
           ได้คะแนนเร็วๆ คือ ดูช่องว่างแรกแล้วลองหาคำตอบให้ช่องว่างแรก เลย
           ไม่ต้องดูทีละ 2 ช่อง จะตัดช้อยส์ไปได้มาก ทำให้ทำได้เร็วมาก ไม่ต้อง
           เสียเวลาดูหลายข้อ

       ทำมาทั้งหมดแค่นี้น้องๆ มีติดมือไว้แล้ว 75% ส่วนที่เหลืออีก 25% จะเป็นการวัดเรื่อง Grammar & Structure ซึ่งบอกได้เลยว่าเป็นเรื่องที่เด็กส่วนใหญ่ทั้งสายวิทย์ และสายศิลป์ไม่ถนัดเลย ดังนั้นถ้าน้องเก็บตรงนี้ได้เพิ่มจะเป็นตัวตัดคู่แข่งได้มาก

       แกรมม่ามีเรื่องเยอะมาก ครูพี่แนน ฝากมาเน้นแค่ 5 เรื่อง เพื่อโกยคะแนนให้ได้มากที่สุดภายใต้เวลาอันน้อยนิด มีอะไรบ้างไปดูกันเลยค่ะ

       1. โครงสร้างประโยค ส่วนใหญ่วัดเรื่องประโยคหลักประโยครอง ถ้าประโยคหน้า
           เป็นส่วนหลักประโยคหลังต้องเป็นส่วนรอง (เป็นส่วนขยาย) ถ้าข้างหน้าเป็นส่วน
           รองข้างหลังก็เป็นส่วนหลักสลับกันแบบนี้ โดยประโยคที่มีคำเชื่อมนำนั้นจะเป็น
           ประโยครอง ถ้าไม่มีคำเชื่อม ส่วนรองหรือส่วนขยายมักจะเป็น Participle ส่วน
           ประโยคหลักจะต้องมี Subject + Verb แท้ เสมอ

        2. Verb ส่วนใหญ่ถ้าเป็น V.แท้ คือ V.ที่มีการผันตามประธานและเวลา จะวัด
            เรื่อง Tense ซึ่งมักจะออก Present Perfect Tense หรือไม่ก็ Tenseคู่ในอดีต
            เช่น
                  - เหตุการณ์ดำเนินอยู่แล้วมีเหตุการณ์มาแทรก เหตุการณ์ดำเนินอยู่
                    ใช้ Past continuous เหตุการณ์ที่เข้ามาแทรก ใช้ Past simple 

                  - เหตุการณ์เกิดก่อนเกิดหลัง เหตุการณ์เกิดก่อนใช้ Past perfect
                    เหตุการณ์เกิดหลังใช้ Past simple

                  - เหตุการณ์เกิดขึ้นพร้อมกันในอดีตทั้งคู่ ใช้ Past continuous ทั้งคู่ค่ะ
                  - Future tense คู่ Future tense ไม่ได้ หลัง Future tense ต้องเป็น
                    Present tense ในประโยคหลักต้องเป็น Future tenseเท่านั้น ใน
                    ประโยคย่อยจะเป็น Present tense เสมอ

        3. Connector คือคำเชื่อมต่างๆ ส่วนใหญ่ข้อสอบมักจะวัดว่า หลังคำเชื่อมนี้
            จะตามมาด้วย Clause คือประโยคย่อย หรือตามด้วยคำนาม หรือคำที่ทำหน้าที่
            เสมือนคำนามอย่าง Gerund สังเกตง่ายๆ อย่าง Connector ที่ตามด้วย
            Preposition หรือ บุพบท เช่นมี of มี to ตามมา อย่าง because of ก็มักจะ
            ตามด้วยนามเสมอ แต่ถ้า because เฉยๆ จะตามด้วย clause เป็นต้น

        4. Word Choice ซึ่งจะออกในส่วนของ error เป็นการออกศัพท์เลือกใช้คำ
            เช่น do - make ต่างกันอย่างไร , like - alike ใช้แบบไหนบ้าง เวลาทำข้อสอบ
            ถ้า check แกรมม่าถูกแสดงว่าผิดที่คำศัพท์แน่นอน

        5. Word Building (การสร้างคำ) หน้าที่ของคำแทรก ต้องรู้ Part of Speech
            มีอะไรบ้าง แต่ละตัวทำหน้าที่อะไรบ้างและอยู่ตำแหน่งใดในประโยค

  ** เพิ่มเติมแหล่งข้อสอบ Reading

      - ฝึกบทความทางการแพทย์สุขภาพ, วิทยาศาสตร์, สัตว์ พืช, สิ่งแวดล้อม
        ภัยพิบัติ โลกร้อน(ออกประจำ), ข่าวอาชญากรรม, วิกฤตทางการเงินของ EU
        USA AEC

     - ข่าวและงานวิจัย National geoghaphic ตามได้ทาง website เช่น BBC, CNN,
       Fox News  โดยเฉพาะสำนักข่าวรอยเตอร์กับ AP ตรงมากกกกกกก!!

     - ส่วนของการ์ตูน หัวใจสำคัญมักจะอยู่ที่ช่องสุดท้าย ซึ่งสามารถไปหาอ่าน
       ตัวอย่างกันได้ที่  beingfive.blogspot.com
สูตรเด็ด!! เก็บแต้ม GAT Eng ให้เต็ม 150

  Trick!!! By ครูพี่แนน
สูตรเด็ด!! เก็บแต้ม GAT Eng ให้เต็ม 150

      " ในการทำโจทย์ หัวใจของการทำโจทย์คือหลาย ๆ คนคิดว่าอ่านเนื้อหาก่อนแล้วค่อยทำ แต่จริงๆ แล้วใจเราต้องสู้ทำให้เต็มที่อย่าเสียดาย จะดีเองถ้าทำโจทย์เยอะๆ มันจะออกดอกออกผลเอง ทำทุกวันวันละ 1 พ.ศ. พอแล้ว (23 วันย้อน 15 พ.ศ.ได้เกือบ 2 รอบนะเออ) แต่ต้องทำเสมือนจริง ทำให้ทันและถูกด้วย ฝึกไปเรื่อยๆ ยิ่ง ม.5 ตอนนี้ถ้าทำทุกวันแล้วทำไม่ทันก็ให้มันรู้ไปซิ ทำซ้ำไปซ้ำมาจนกว่าจะเต็ม ไม่ปล่อยผ่านข้อที่เดาถูก อะไรไม่รู้จดโน้ต เปิดดิกฯ จดที่เราไม่รู้ แล้วอ่านไปเรื่อย ๆ จะเก่งขึ้นไม่รู้ตัว เพลงศัพท์ + นิทานศัพท์ช่วยได้ เป็นกำลังใจให้ทุกคนทำให้เต็มที่ค่ะ"

            เป็นไงล่ะ พี่แป้ง บอกแล้วว่าครูพี่แนนจัดหนักและจัดเต็ม อยากให้น้องๆ ได้คะแนนเยอะ ๆ ณ โอกาสนี้ก็ต้องขอขอบคุณ ครูพี่แนน Enconcept มากๆ ค่ะ ที่มาช่วยชี้ทางสว่างให้เด็กน้อยตาดำๆ มีแรงฮึดขึ้น

วันอังคารที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

นักบุญประจำเดือนกุมพาพันธ์ วันที่11 (happy birth day to me)


แม่พระประจักษ์ที่ลูร์ดส์
 4 ปี เท่านั้น หลังจากที่พระสันตะปาปาปีโอที่ 9 ได้ประกาศเป็นข้อความเชื่อ ( 8 ธันวาคม 1854) ที่ว่า “พระนางมารีย์ทรงเป็นผู้ปฏิสนธิอันนิรมล” เพราะพระนางเป็นผู้ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยพระจิตเจ้า และเป็นผู้ที่ได้รับการคุ้มครองรักษาให้พ้นจากบาปทุกชนิด

ในวันที่ 11  กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1858  พระนางมารีย์ได้ประจักษ์มาหานักบุญ แบรนาแดท ที่ถ้ำมาสซาเบียลในเทือกเขาพีเรนิสบอกว่าพระนางคือ “ผู้ปฏิสนธิอันนิรมล”พระนางได้ประจักษ์มาหานักบุญ แบรนาแดท รวมทั้งหมด 18 ครั้งด้วยกันจนถึงวันที่ 16 กรกฎาคมปีเดียวกันนั้นเอง

“อัศจรรย์” ที่ลูร์ดส์ยังคงอยู่เสมอคือ  ศีลมหาสนิท นอกเหนือไปจากปรากฎการณ์ทางศาสนาแล้ว ประสิทธิภาพของสารหรือข่าวดีขั้นพื้นฐานของพระวรสารก็ยังคงอยู่ และพระนางมารีย์ก็ยังคงเรียกร้องจาก เรามนุษย์อยู่เสมอๆ คือ “การกลับใจ” และจากพฤติกรรมอันนั้นเองพระคริสตเจ้าพระองค์ได้ประทานเนื้อ และโลหิตของพระองค์ “เพื่อความรอดของเรามนุษย์” จากการที่พวกคนป่วยยอมรับทนความทุกข์ยากลำบากต่างๆ ด้วยความยินดีพร้อม ๆ กับพระคริสตเจ้าและจากการที่เด็กหนุ่มสาวจำนวนมากที่ได้เสียสละอุทิศตนในการช่วยเหลือคนที่น่าสงสารและผู้ประสบความทุกข์ยากลำบาก รวมทั้งบรรยากาศที่เข้มข้นไปด้วยการสวดภาวนาอย่างไม่รู้จักหยุดหย่อนที่ลูร์ดส์นั้นย่อมเป็นสิ่งที่ไม่อาจเข้าใจได้ หากเราจะไม่ได้มองสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้โดยอาศัยแสงสว่างของบูชามิสซาที่ได้จัดให้มีขึ้นที่เมืองของแม่พระแห่งนี้เป็นสิ่งแรก เพื่อที่เราจะต้องมองดูและทำความเข้าใจว่าเป็นพระคริสตเจ้าในบูชามิสซาเองที่เสด็จผ่านไปพลางอวยพรคนเจ็บป่วยในขณะเดียวกันเป็นพระองค์เองที่เป็นผู้นำข่าวและเป็นผู้ที่ให้การช่วยให้รอดหรือการรักษาให้หายนั้นได้สำเร็จ ไป
ระลึกถึงแม่พระประจักษ์ที่ลูร์ดส์
....................................................................

11 กุมภาพันธ์
คำภาวนาทูลขอและข้อปฏิบัติ

1. ขอให้ความศรัทธาภักดีต่อพระนางมารีย์จงเป็นพละกำลังแห่งชีวิตคริสตชนสำหรับทุกคน
2. ขอให้ทุกคนได้มีจิตสำนึกว่าความศรัทธาภักดีต่อพระนางมารีย์ช่วยนำ เราไปสู่บูชามิสซา (ศีลมหาสนิท)
3. ขอให้พระนางมารีย์ได้สะกิดหัวใจของเรา และเรียกเรา  “ให้กลับใจ” อยู่เสมอเป็นนิจ
4. ข้าแต่พระนางมารีย์โปรดให้เราเข้าใจคุณค่าของการทนทุกข์ยากลำบากที่เราได้ถวายแด่พระเจ้า

วันพฤหัสบดีที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2558

นักบุญประจำเดือน วันอาทิตย์ระหว่างวันที่ 2-8 มกราคม


สมโภชพระคริสตเจ้าสำแดงองค์
EPIPHANY OF THE LORD
ความปรารถนาอันแรงกล้าของพระเยซูเจ้าผู้สถาปนาพระศาสนจักร  และของพระศาสนจักรเองในทุกยุคทุกสมัย ก็คือความต้องการให้มนุษยชาติมีเอกภาพที่แท้จริง ได้เป็นครอบครัวเดียวกัน

หนทางที่มุ่งไปสู่สากลภาพ

มนุษยชาติกำลังมุ่งไปสู่สากลภาพซึ่งจนบัดนี้ก็ยังไม่เคยได้บรรลุถึงเลย และถ้าหากจะสามารถบรรลุถึงจุดหมายนี้แล้ว รูปโฉมของมนุษย์ก็คงจะต้องเปลี่ยนไป วัฒนธรรมอันดีงามต่างๆ ก็คงจะไม่จำกัดอยู่กับประเทศใดประเทศหนึ่งโดยเฉพาะ   และความเจริญทางเทคโนโลยีก็คงจะเป็นของทุกชาติทุกภาษาโดยเท่า เทียมกัน และนี่แหละที่จะเป็นความหวังอันน่าชื่นชมยินดีสำหรับมนุษย์เราในสมัยนี้

แต่ว่ามนุษย์มีวิธีการอะไรที่จะทำให้ความใฝ่ฝันนี้ได้สำเร็จไป?

ที่จริงมนุษย์ได้เคยทดลองใช้วิธีการมากมายหลายสิบชนิดแล้ว แต่ก็ยังไม่เคยได้พบกับความสำเร็จ ตรงข้ามหลายๆครั้ง กลับก่อให้เกิดปัญหาด้วยซ้ำไป

ต้องใช้กำลังหรือ?


เรื่องนี้อดีตได้สอนเอาไว้อย่างดีแล้วว่า การใช้กำลังมีแต่จะนำความพินาศมาสู่มวลมนุษย์

หรือว่าให้เรามอบความหวังกับเทคโนโลยีสมัยใหม่?

แต่ว่าบ่อยๆ เทคโนโลยีเหล่านี้มักจะไม่สนใจเรื่องความเป็นบุคคลของเรามนุษย์ มิใช่หรือ?

และที่สุด เราที่เป็นคริสตชนมีอะไรจะเสนอแนะในเรื่องนี้?

ตามพระคัมภีร์มนุษย์คนแรกที่ได้เชื่อในสากลภาพคือ อับราฮัม บิดาแห่งชนชาติ

พระเจ้าได้ทรงสัญญากับท่านไว้ว่า ในวันหนึ่งข้างหน้าบรรดาประชาชาติต่างๆจะมาร่วมเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันในพงศ์พันธุ์ของท่าน และท่านก็ได้เชื่อ  เป็นพฤติกรรมอันแรกของความเชื่อที่มนุษย์ได้แสดงออก

ประชาชาติจะเดินไปสู่แสงสว่างของพระเจ้า

 ประชาชาติอิสราแอลได้รับมอบหมายให้เป็นผู้รวบรวมประชากรทั้งหลาย  ให้เป็นหนึ่งเดียวกันในพงศ์พันธุ์ของอับราฮัม และดังนี้พระสัญญาแห่งสากลภาพก็จะบรรลุถึงความสำเร็จ

ชาวอิสราแอลได้เชื่ออย่างผิดๆว่าพวกเขาสามารถสร้างเอกภาพดังกล่าวขึ้นมาได้ด้วยการปฏิบัติตามกฎระเบียบอะไรบางอย่าง เช่น การถือธรรมบัญญัติ การถือวันสับบาโต  การเข้าสุหนัต ฯลฯ

แต่ว่าจะเป็นความเชื่อของอับราฮัมที่จะสามารถรวบรวมชนชาติทุกภาษาให้เป็นหนึ่งเดียวกันได้

การประกาศว่าจะต้องมีประชากรใหม่ของพระเจ้าที่ไม่จำกัดเชื้อชาตินั้น  ได้รับการตระเตรียมล่วงหน้าในประชากรเลือกสรรและได้สำเร็จเป็นไปในองค์พระคริสตเจ้า  เพราะในแผนการณ์ของพระบิดาเจ้า เป็นพระองค์เองที่จะทรงรวบรวมทุกสิ่งทุกอย่างไว้ในองค์พระเยซูคริสตเจ้า (อฟ. 1: 9 - 10 ) และทุกสิ่งที่ แตกแยกกันออกไปก็จะพบเอกภาพในพระองค์    ( อฟ. 3:6 )

โดยการเรียกปราชญ์จากแดนตะวันออก พระเยซูเจ้าได้เริ่มรวบรวมประชากรเพื่อที่จะสรรสร้างให้ เป็นครอบครัวใหญ่ของมนุษยชาต
สมโภชพระคริสตเจ้าสำแดงองค์ 
........................................................

EPIPHANY OF THE LORD
วันอาทิตย์ระหว่างวันที่ 2-8 มกราคม
โดยการดังกล่าวจะสำเร็จลงอย่างบริบูรณ์ก็ต่อเมื่อความเชื่อใน พระเยซูคริสต์จะทำให้กำแพงที่กั้นมนุษย์มิให้รวมกันจะได้พังพินาศไป และเมื่อนั้นแหละที่มนุษย์แต่ละคนจะมีจิตสำนึกว่าพวกเขาคือบุตรพระ เจ้า ได้รับการไถ่จากพระคริสต์อย่างเท่าเทียมกันและเป็นพี่น้องกัน

ประชากรใหม่ที่ว่านี้คือพระศาสนจักรซึ่งเป็นสังคมของผู้มีศรัทธา

ตลอดกระแสศตวรรษพระศาสนจักรได้ตระหนักและได้เป็นองค์พยานสำหรับการเรียกอันมีลักษณะสากลนี้    คือการเรียกมนุษย์ทุกคนให้ไปสู่การช่วยให้รอดโดยอาศัยผลงานแห่งการสร้างเอกภาพของพระคริสตเจ้า

ดังนั้น    ภาพนิมิตสุดท้ายของพระธรรมใหม่ในหนังสือวิวรณ์จึงมีความหมายมาก ( วว. 7: 4-12; 15: 3-4; 21: 24-26 ) คือ ชนทุกชาติทุกภาษาจะมากราบไหว้นมัสการพระเจ้า ผู้เป็นกษัตริย์แห่งชนชาติทั้งหลาย พวกเขาจะพักอาศัยอยู่ในกรุงเยรูซาเลมใหม่ และในกรุงเยรูซาเลมใหม่นี้ครอบครัวของมนุษยชาติจะพบกับเอกภาพที่มีลักษณะเฉพาะของตัวเอง

มีดาวดวงหนึ่งปรากฏให้เห็นบนท้องฟ้าเสมอ

เวลาที่เราพูดถึงเรื่อง “เอกภาพ” ก็เสี่ยงที่จะทำให้เข้าใจผิดได้ง่ายๆ เพราะบ่อยๆ เรามักจะเข้าใจว่า “เอกภาพ” คือเอกรูปที่ต้องมีอะไรเหมือนๆ กันหมด นั่นก็คือต้องขจัดความแตกต่างใน แต่ละคนให้หมดสิ้นไปโดยให้แต่ละคนเท่าเสมอกันหมด   ความคิดดังกล่าวนี้มิใช่เป็นความคิดที่ถูกต้องเลย เพราะว่าความแตกต่างกัน  และความหมายหลายหลากของอุปนิสัยของแต่ละชาติคือความมั่งคั่งของมนุษยชาติ เช่นเดียวกันสำหรับข้อเท็จจริง ที่ว่าพระศาสนจักรต้องเป็นหนึ่งเดียวและสากลนั้น ไม่ได้หมายความว่าจะต้องไม่มีวิธีการที่แตกต่างกันออกไปสำหรับจะเจริญชีวิตด้วยความเชื่ออย่างเดียวกัน

เป็นระยะเวลาที่เนิ่นนานเกินไปที่พระศาสนจักรได้ไปผูกพันตัวเองกับวัฒนธรรมของโลกตะวันตก และกับคนขาวเพื่อที่จะพิมพ์คริสตศาสนาให้ออกมาในรูปแบบของชนชาวยุโรป  แต่ว่าพระศาสนจักรของพระคริสตเจ้าจะต้องไม่เป็นพระศาสนจักรของชนชั้นกรรมกร หรือของชนชั้นผู้ดี หรือของชนชั้น   นายทุน เพราะประตูของพระศาสนจักรเปิดกว้างสำหรับทุกคน

คริสตชนที่แท้จริงจะต้อง ไม่ปฏิเสธความแปลกใหม่ แต่ก่อนอื่นเขาจะต้องทำการพิสูนจ์ว่าสิ่งแปลก ใหม่เหล่านั้นจะต้องไม่ใช่มิติใหม่ของความเชื่อในพระองค์พระคริสตเจ้าเท่านั้น ประสบการณ์ต่างๆมากมาย ในปัจจุบันนี้ซึ่งหลายๆ ครั้งอาจจะเป็นที่สะดุดสำหรับคนบางประเภท แต่ว่าแท้ที่จริงแล้วเป็นยาชุบชูกำลัง ให้กับชีวิตของพระศาสนจักร พระคริสตเจ้าให้บทเรียนแต่เพียงบทเดียวแก่เราว่า “จงรักพระเจ้าด้วยสิ้นสุดดวงใจและจงรักผู้อื่นเหมือนรักตัวเอง”(เทียบ มก 1:2 30;  ยน 13:34) ในบทเรียนบทนี้ที่เราจะพบความหมาย และทิศทางนี่แหละที่เป็นดาวดวงนั้น ที่เราจะต้องเฝ้าติดตามสำหรับจะบรรลุถึงเป้าหมายและเอกภาพที่แท้จริง

นักบุญประจำเดือน มกราคม วันที่ 1


สมโภชพระนางมารีย์พระชนนีพระเป็นเจ้าMARY,MOTHER OF GOD NEW YEARS DAY
วันที่ 8 หลังจากการฉลองพระคริสตสมภพ ( 25 ธันวาคม ) เราคริสตชนทำการฉลอง“พระนางมารีย์ พระชนนีพระเจ้า” แต่ว่า วจนพิธีกรรมในวันฉลองวันนี้แทนที่จะเน้นที่“พระนางมารีอา” กลับไปเน้นที่ “พระบุตรของพระนางและพระนามของพระบุตร”

นักบุญเปาโลได้ย้ำถึงผลงานของการช่วยให้รอดที่ได้สำเร็จลงในองค์พระเยซูคริสตเจ้า ซึ่งพระนางมารีอาเองก็ได้มีส่วนอยู่ด้วย เพราะว่าเป็นพระนางเองที่พระบุตรพระเป็นเจ้าสามารถเสด็จลงมาในโลกนี้ในฐานที่ทรงเป็นมนุษย์จริง ๆ คนหนึ่ง ส่วนพระวรสารของวันนี้ได้จบลงด้วยการตั้งพระนาม “เยซู” ให้กับพระผู้เพิ่งได้บังเกิดมา  ในขณะที่พระนางมารีย์ทรงมีส่วนร่วมในรหัสธรรมของพระบุตรพระเป็นเจ้าองค์นี่อย่างเงียบๆ

แม้ว่าวจนพิธีกรรมในการฉลองในวันนี้จะมุ่งความสนใจไปหา “องค์พระบุตร” แต่ก็มิได้ทำ ให้บทบาทของผู้ที่เป็น “พระชนนีพระเจ้า” ด้อยลงไปแต่อย่างใด การที่พระนางมารีย์เป็นพระชนนีพระเจ้าจริง ๆ ก็เพราะความสัมพันธ์ที่พระนางมีต่อพระบุตรอย่างแนบแน่นนั่นเอง ดังนั้น ยิ่งเราคริสตชนจะให้ความคารวะต่อพระนางเพียงใด พระบุตรก็ยิ่งจะได้รับการถวายพระเกียรติมากขึ้นเท่านั้น

การที่เราเรียกพระนางมารีย์ว่าเป็นพระชนนีพระเจ้า เป็นการแสดงให้เห็นถึงภาระหน้าที่ที่พระนางมีในประวัติศาสตร์แห่งความรอด  และจากข้อเท็จจริงประการนี้แหละที่เป็นที่มาของความศรัทธาภักดีชนิดต่างๆ ที่บรรดาคริสตชนมีต่อพระนางมารีย์ เพราะว่าพระนางได้รับพระคุณมากมายจากพระเป็นเจ้ามิใช่สำหรับพระนางแต่เพียงผู้เดียว แต่ว่าเพื่อจะนำพระคุณ เหล่านั้นไปให้กับมวลมนุษย์อีกทอดหนึ่ง

พระชนนีพระเจ้าและพระมารดาของมนุษยชาติ
พระนาม “เยซู” อันมีความหมายว่า “พระเจ้าทรงช่วยให้รอด” ได้ช่วยนำเราให้เข้าสู่ธรรมล้ำลึกของพระคริสตเจ้าอย่างเต็มเปี่ยม คือ จากการรับเอากายในครรภ์ของพระมารดา โดยเดชะพระจิต จนถึงการบังเกิด การเข้าพิธีสุหนัต และไปสิ้นสุดที่รหัสธรรมปาสกาคือที่การสิ้นพระชนม์และการกลับคืนชีพ พระเยซูเจ้าจึงเป็นพระพรที่ครบบริบูรณ์ของพระเจ้า  เป็นพระพรของการช่วยให้รอด และเป็นสันติภาพสำหรับมนุษย์ทุกคน

พวกเราได้รับการช่วยให้รอดในพระนามของพระองค์  (กจ. 2:21; รม.10:10,13) แต่ว่าการช่วย ให้รอดนี้ได้มาสู่มวลมนุษย์โดยผ่านทางพระนาง    มารีย์ และพระนางได้แบ่งปันพระคุณนี้ให้กับประชากรของพระเจ้า  ดังเช่นที่เมื่อครั้งหนึ่งพระนางได้ให้กับพวกคนเลี้ยงแกะ  พระนางมารีอาได้ให้ชีวิตมนุษย์แก่พระบุตรพระเจ้า และได้แบ่งปันชีวิตพระให้กับมนุษย์สืบมา ด้วยเหตุนี้ พระนางจึงได้รับการคารวะให้เป็นพระมารดาของมนุษย์ทุกคนซึ่งพระนางได้กำเนิดชีวิตพระให้

เช่นเดียวกับบรรดาคริสตศาสนิกชนทั้งหลาย พวกเราให้ความคารวะแด่พระนางมารีย์พรหมจารี ผู้ซึ่งพระสังคายนา ณ เมืองเอเฟซัส ได้ประกาศอย่างสง่าว่าพระนางทรงเป็นพระชนนีของพระเจ้าเพราะพระคริสตเจ้าได้เป็นที่ยอมรับว่าเป็นบุตรพระเจ้าและเป็นมนุษย์ด้วย(UR 15)

พระมารดาแห่งสันติภาพ
ในพระนามของพระนางมารีย์  พระชนนีพระเจ้าและมารดาของปวงมนุษย์ ที่ทั่วโลกทำการฉลอง “วันแห่งสันติภาพ”   ในวันนี้เป็นสันติภาพที่พระนางได้ค้นพบในความรักต่อองค์พระเจ้า เป็นสันติภาพที่พระเยซูเจ้าได้นำมาให้กับมนุษย์ทุกคนที่มีความเชื่อในพลังแห่งความรัก

สันติภาพในความหมายของพระคัมภีร์คือ พระคุณสุดวิเศษของพระแมสซียาห์ซึ่งหมายถึงการช่วย ให้รอดที่พระเยซูเจ้าได้นำมาให้ และการที่เราได้คืนดีและมีสันติกับพระเจ้า นอกนั้นสันติภาพยังเป็นค่านิยมสูงส่งที่มนุษย์ทุกคนจะต้องพยายามช่วยกันสร้างสรรขึ้นมาให้ได้เป็นต้นในระดับนานาชาติ
สมโภชพระนางมารีย์พระชนนีพระเป็นเจ้า
........................................................

( MARY,MOTHER OF GOD NEW YEARS DAY )
วันที่   1 มกราคม
ความเชื่อในพระคริสตเจ้า  สันติภาพระหว่างพระเจ้ากับมนุษย์ และสันติภาพระหว่างมนุษย์ด้วยกัน เป็นภาระหน้าที่ที่คริสตชนทั้งหลายจะต้องมีบทบาทอย่างเต็มที่เสียก่อน เพราะว่าเป็นส่วนหนึ่งที่สำคัญมากๆ ที่จะก่อให้เกิดสันติภาพในโลกโดยทั่วๆ ไป สันติภาพของพระคริสตเจ้ามิได้แตกต่างอะไรไปจากสันติภาพที่มนุษย์ทุกคนปรารถนาอยากได้ จึงควรที่เราทุกคนจะได้อุทิศชีวิตเพื่อจะได้มาซึ่งสันติภาพดังกล่าวนี้

พระศาสนจักรไม่เคยหยุดที่จะให้ความสนใจถึงความจำเป็น ที่เราทุกคนจะต้องมีส่วนช่วยกันสร้างสันติภาพที่แท้จริง สันติภาพที่แท้จริงนี้ต้องตั้งอยู่บนความจริง ความยุติธรรม ความรัก และเสรีภาพ ซึ่ง เปรียบเสมือนเสาหลัก 4 ต้นของบ้านแห่งสันติภาพที่เปิดกว้างต้อนรับทุกๆคน(พระสันตะปาปายอห์น ที่ 23, 11-4-1963)

ต้องยุติสงครามและการสร้างอาวุธ 
พระสันตะปาปาปอล ที่ 6  ได้กล่าวไว้ในโอกาสเสด็จไปที่องค์การ   สหประชาชาติที่กรุงนิวยอร์ค ว่า “...จะต้องหยุดการต่อสู้หักล้างกันเสียที...พฤติกรรมเช่นนี้จะต้องไม่มีอีกต่อไป...  และด้วยจุดประสงค์ดังกล่าวสหประชาชาติจึงได้เป็นตัวเป็นตนขึ้นมาสำหรับยุติสงครามและสร้างสันติภาพขึ้นแทน พวกเรายังคงจำคำพูดของอดีตประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ยอห์น เอฟ เคนาดี้ ได้  ที่กล่าวว่า “มนุษยชาติจะต้องยุติสงครามให้ได้ หรือจะให้สงครามยุติพวกเรา”  ไม่จำเป็นต้องใช้คำพูดมากมายสำหรับประกาศเป้าหมายอันสูงส่งของสถาบันแห่งนี้ (=สหประชาชาติ) ให้เราเพียงแต่คิดถึงหยาดเลือดของมนุษย์จำนวนนับล้านๆ และความทุกข์ทรมานอีกนับจำนวนไม่ถ้วนที่มักจะเงียบหายเข้าไปในกลีบเมฆ รวมทั้งซากปรักหักพังต่างๆ ฯลฯ สิ่งต่าง ๆ  เหล่านี้ได้พยายามที่จะช่วยสร้างสรรสันติภาพ และกำลังหาหนทางที่จะเปลี่ยนประวัติศาสตร์ในอนาคตของโลกให้จงได้ คือ จงยุติสงครามเสียเถิด

“สันติภาพจะต้องคอยนำโชคชะตาของปวงชนและมนุษยชาติทั้งหมดถ้าพวกท่านต้องการเป็นพี่น้องกันก็จงปลดอาวุธเสีย เราไม่สามารถรักกันได้โดยที่ยังมีอาวุธร้ายอยู่ในมือ” (สุนทรพจน์ที่องค์การสหประชาชาติ 4 ตุลาคม 1995)